เทศน์เช้า วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๙
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ วันนี้วันพระ วันพระ วันโกนแสวงหาบุญกุศลใส่หัวใจของตน เป็นผู้ที่ฉลาด
หาบาปหากรรมใส่หัวใจของตนมันทุกข์มันยาก เวลาหาบุญหากุศลใส่หัวใจของตน ไม่มีไทยทานอะไรทั้งสิ้น อนุโมทนา เช่น วันนี้วันพระ ยกมือขึ้นจบระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นั่นน่ะบุญกุศลมหาศาล บุญกุศลมหาศาลเพราะอะไร เพราะเราระลึกถึงพระพุทธเจ้า
“ในบรรดาสัตว์สองเท้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด”
ในบรรดาสามโลกธาตุนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศาสดา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารู้ถึงที่มาที่ไปของสัตว์โลกทั้งสิ้น แล้วรู้ถึงวิธีแก้ไข ไอ้วิธีแก้ไขนี่แหละที่คนไม่รู้ แล้วคนฉ้อฉล เอาแต่กิเลสมาแสดงไง ไม่เอาธรรมมาแสดงไง
วันพระๆ เวลาทำบุญกุศลมหาศาลคือหล่อพระพุทธรูป แล้วหล่อพระพุทธรูปนี้มหัศจรรย์
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านหาพระในใจ พระในใจของตนเห็นไหม สิ่งที่เป็นนามธรรม เราไม่มีไทยทานใดๆ ทั้งสิ้น ยกมือระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นบุญกุศลมหาศาล
เพราะจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ นี่เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะสิ่งมีชีวิตคือต้องมีจิต จิตเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ
ระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หาพระในใจของตน
ถ้าหาพระในใจของตน หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ นี่ระลึกถึงพระนามขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทโธๆ จนหัวใจของเรากลมกลืนกัน เราใกล้ชิดองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากขึ้น เราพุทโธๆ จนใจเราเป็นพุทโธเสียเอง
พุทโธเสียเองคือมันพุทโธไม่ได้ไง มันเป็นเสียเอง มันไม่ต้องอาศัยสิ่งภายนอก
แต่เพราะมันไม่รู้จักจะหาพระในใจของตน ต้องหาสิ่งภายนอก คือหาพุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ สติระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ระลึกถึงๆ แล้วถ้ามันเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของตน พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน นี่แหละพระในใจ
แล้วพระในใจของตนเป็นอย่างไรล่ะ
พวกพิธีกรรมทั้งหลาย ก็ว่าพระต้องตั้งโต๊ะหมู่บูชา ต้องตั้งพระให้ถูกต้อง เวลาตักบาตรๆ ต้องตักบาตรถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อน ตักบาตรถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว แล้วก็จะตักบาตรถึงสมมุติสงฆ์ แล้วเวลาเราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา พอจิตใจของคนไปรู้ไปเห็นอะไร นั่นพระของเขา พระของเขานะ โอ้โฮ! เพชรนิลจินดานะ พระของเขามันเป็นพระมหัศจรรย์นะ
ส่งออกทั้งนั้นน่ะ
เวลาแนวทางการฝึกหัดปฏิบัติ บอกว่าให้ตั้งพระไว้บนศีรษะ ให้ตั้งพระไว้ตรงหน้าผาก แล้วระลึกพุทโธๆ ไง แล้วพระของคนเป็นพระแก้ว เป็นพระทองเหลือง เป็นพระทองคำ เป็นพระมหัศจรรย์
แต่ความจริงแล้ว จิตเป็นผู้รู้ทั้งสิ้น จิตส่งออกไปรู้ไปเห็น เห็นนิมิตทั้งนั้นน่ะ แต่ถ้าตัวมันเป็นจริงๆ ขึ้นมา ตัวของมันเป็นพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน หาพระในหัวใจของตน
หาพระในหัวใจของตนนะ มันจะมีความสุขความสงบในหัวใจของตน แล้วมันมีบุญกุศลในหัวใจของตน จะไปไหนก็กล้าหาญ สีเลน สุคตึ ยนฺติ มีศีลมีธรรมขึ้นมา เข้าสังคมไหนก็ได้ เพราะมือเราไม่มีแผล ถ้าไม่มีศีลมีธรรม เข้าไปที่ไหนก็ตื่นกลัวไปทั้งนั้นน่ะ กลัวเขาจะรู้ความบกพร่องของเรา กลัวจะรู้ความผิดพลาดของเรา ไอ้หาพระในใจของตนก็กลัวจะเห็นพระของเรา
จะเห็นได้อย่างไร มันเป็นนามธรรมน่ะ
แต่ครูบาอาจารย์ท่านปฏิบัติมาก่อนแล้ว ครอบครัวของมารมันร้ายกาจนัก ครอบครัวของมารมันมีปู่ของมัน มีลูกสาว ๓ คน ความโลภ ความโกรธ ความหลง มีเหลน มีหลานของมัน มันจรมาๆ จรมาที่ไหน
จรมาให้เห็นพระแตกต่างหลากหลายกันไป ให้เห็นพระตามกิเลสที่มันป้อนให้ ให้เห็นพระตามกิเลสที่มันตบแต่งให้ ให้เห็นพระอย่างนั้นน่ะ แล้วเราก็ตื่นเต้นๆ ภาวนาแล้วรู้เห็นไง
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านสอนนะ เครื่องอยู่ของใจๆ ให้ทำความสงบสุขของใจเข้ามาก่อน ถ้ามีความสงบเข้ามาของใจ มันจะผ่านพญามารทั้งหลาย ผ่านซาตานทั้งหลายที่มันหลอกมันลวงไง แล้วมันหลอกลวงใคร หลอกลวงตัวเรานี่แหละ
เขาฉ้อโกงกันเขาต้องมีเหยื่อไว้ให้ล่า ไอ้เรากิเลสมันล่าหัวใจของตน ตัวเองไม่รู้จักทั้งนั้นน่ะ แล้วก็บ่น ทุกข์มากๆ นับถือพระพุทธศาสนา ทำบุญแล้วไม่ได้บุญ
เอ็งทำบุญแล้วเอ็งไปหากิเลสไง ทำบุญแล้วจะหาสิ่งที่จะต้องการไง แต่ในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง บารมี ๑๐ ทัศ อธิษฐานบารมี เราตั้งเป้าหมายของเรา เราอยากได้เป็นคนดีมากน้อยขนาดไหน ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ พระธุดงคกรรมฐาน ก่อนเข้าพรรษาถือธุดงควัตร ตั้งสัจจะไว้ สัจจะอันนี้มันไม่เป็นอาบัติ แต่มันเสียสัจจะของตัว
ถ้าเสียสัจจะ นี่ก็ฝึกหัดไง เครื่องอยู่ของใจไง ถ้าใจไม่ฝึกไม่หัดขึ้นมา มันจะเริ่มเติบโตขึ้นมาได้อย่างไรไง เวลาพูดจากันก็ โอ้โฮ! เที่ยวถากเที่ยวถาง ไอ้พุทโธนี่โง่ๆ ทั้งนั้นน่ะ ไม่มีการศึกษา
เขาไม่กะล่อนอย่างเอ็งไง เขาซื่อสัตย์กับพระพุทธเจ้าเว้ย ไม่มีการศึกษาตรงไหน กำลังจะค้นหาตัวเองนี่ไง
ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ปริยัติการศึกษามามากน้อยขนาดไหน ถ้าไม่ปฏิบัติ ไม่ได้หรอก ที่ศึกษามาๆ ทรงจำธรรมวินัย ทรงจำธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วก็ขายกินกัน โฆษณาชวนเชื่อ แต่ถ้าเป็นจริงไง ศาสนาเป็นยาเสพติด
ขอให้มันเสพแล้วให้มันติดจริงๆ ขึ้นมาให้เป็นข้อเท็จจริงเถอะ ไอ้ที่มันเสพติดๆ มันเป็นเครื่องมึนเมาทั้งนั้นน่ะ ธรรมเมา ไม่ใช่ธรรมะ เมาตัวเอง ตัวเองเมาจนหัวปักหัวปำ ยังไม่รู้จักว่ามันเป็นธรรมเมา
แต่ถ้าเป็นธรรมะนะ หูตามันสว่าง มันสว่างขึ้นมาไง พระในใจของตนสงบระงับ ศีล สมาธิ ปัญญา ถ้ามีสมาธิ มีสมาธิขึ้นมาจะมีความสงบสุขไง
วันพระๆ หาพระในใจของเราให้เจอ ถ้าหาพระในใจของตนให้เจอ หาแสนยาก
เวลาหล่อพระๆ เอาเงินไปจ้างเขา เขาหล่อให้หมดน่ะ จะเอาสวยมหัศจรรย์ขนาดไหนก็ได้ จะปิดทองก็ได้ จะหล่อด้วยทองคำก็ได้ ตานี่ใส่เพชรนิลจินดา สุดท้ายแล้วก็ไปตั้งไว้เคารพบูชาคอยเช็ดคอยถูก
แต่ถ้าพระในใจนะ ศีลของเราสงบสุข ถ้ามีศีลของเรา พระของเราจะแวววาวขึ้นมา ถ้าศีลของเราเศร้าหมอง พระของเราก็สกปรก ไม่ได้เช็ดไม่ได้ถูมัน ไม่เคยดูแลอะไรมันเลยไง เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมาก็นึกเอา โอ้โฮ! บรรลุธรรมๆ
การว่าบรรลุธรรม เมื่อก่อนคนไม่กล้าพูดนะ ถ้าพูดว่าบรรลุธรรมจะเป็นคนบ้า
มีหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาก่อน มีคนไปถามหลวงปู่มั่นว่าท่านเป็นพระอรหันต์หรือ หลวงปู่มั่นท่านปฏิเสธ ท่านไม่บอกว่าจะเป็นพระอรหันต์หรือไม่เป็นพระอรหันต์ ท่านให้เห็นคุณธรรม ศีล สมาธิ ปัญญา ตรงนั้นต่างหากที่จะฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้เป็นพระอรหันต์
ถ้าให้เป็นพระอรหันต์ขึ้นมาได้ ศีล สมาธิ ปัญญา มันต้องแวววาว มันต้องมีสัจจะมีความจริง ครูบาอาจารย์ของเราพูดคำไหนคำนั้นทั้งนั้นน่ะ แล้วจะมาลองของไม่ได้ ถ้าลองของ ขับออกไปเลยนะ เพราะนั่นน่ะไปหาครอบครัวของซาตาน
ถ้าครอบครัวของพระพุทธศาสนา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
พระธรรมๆ พระธรรมคือคำอบรมบ่มเพาะ คำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่นเป็นภาคทฤษฎีที่ศึกษามา เป็นการทรงจำๆ ว่าพระพุทธเจ้าพูดว่าอะไร พูดว่าที่ไหน แล้วพูดกับใคร แล้วฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ถ้ามันเป็นซาตาน มันก็ว่ามันรู้มันเห็นขึ้นมา มันรู้ด้วยการท่องจำไง เวลาปริยัติแล้วปฏิบัติ
ปฏิบัติขึ้นมานะ เอาล่ะ นั่งขึ้นมาน่ะแสนเข็ญเชียว เพราะอะไร เพราะซาตานของเรามันต่อต้าน เพราะกิเลสของเรามันขับไส แล้วกิเลส ขิปปาภิญญา ผู้ที่ปฏิบัติง่ายรู้ง่าย เราก็อยากให้เป็นอย่างนั้น ที่ปฏิบัติง่ายรู้ง่ายเพราะจริตนิสัยของเขา เขาได้อบรมบ่มเพาะของเขามา เขาปฏิบัติมากี่ภพกี่ชาติของเขา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย ครูบาอาจารย์ที่ดีงามขึ้นมาท่านฝึกหัดปฏิบัติของท่านขึ้นมา มันเป็นแนวทางเดียวกันไง
คนเราเข้ากันโดยธาตุ โดยธาตุ โดยธาตุนี้ธรรมชาติเลย มันชอบอย่างนั้น ผลไม้ประเภทใด ปลูกแล้วมันจะเกิดดอกออกผลประเภทใด รดที่โคนต้น ผลออกที่ปลาย นี่ถ้ามันเป็นสัจจะเป็นความจริงไง ต้นไม่คด
ต้นมันคดนะ โอ้โฮ! มันเลื้อยไปเลยนะ มันชี้ไปคนละเรื่องเลยแหละ ต้นมันคด แหม! ต้นมันคดเชียวนะ ศีลเราก็ศูนย์ ให้ทานๆ ไม่ต้องให้ก็ได้ สมาธิ ปัญญาไปเลย
เราเคยเห็นอย่างนี้เยอะมาก เพราะฝ่ายมหายาน เรื่องบุญกุศลเขาไว้ข้างหลัง ทานเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น จำเป็นที่ภาคปฏิบัติอย่างเดียว แล้วปฏิบัติอย่างเดียว วิปัสสนาธุระ ถ้าวิปัสสนาธุระ มันมีครูบาอาจารย์ที่ถูกต้องชอบธรรม ถ้าครูบาอาจารย์ถูกต้องชอบธรรมขึ้นมา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศาสดา เป็นศาสดาใหญ่ เป็นผู้ที่วางธรรมและวินัยนี้ไว้
ทำไมท่านถึงวางเรื่องทานล่ะ
พอเรื่องทานขึ้นมา จิตใจของคนมันตระหนี่ถี่เหนียว มันเห็นแก่ตัว มันยึดมั่นถือมั่นในหัวใจของตน ไอ้สละทานๆ นี่แหละ สละทานๆ ขึ้นมา มันสละทานตระหนี่ถี่เหนียวอันนั้นไง แล้วฝังไว้ที่หัวใจๆ ฝังไว้ที่หัวใจ เพราะมันทำแล้วมันจะเป็นจริตนิสัยขึ้นมาไง
แต่คนที่มันไม่ทำสิ่งใดเลย มันก็เป็นเหมือนกับเตาไฟ มันมีสามเส้า ทาน ศีล ภาวนา มันมั่นคงของมัน นี่เอาสองเส้าก็พอว่าเราประหยัด เรามัธยัสถ์ เราทำได้รวดเร็ว เราทำของเราลัดสั้น
ตายหมดน่ะ เพราะหม้อข้าวหม้อแกงมันคว่ำลงมาไง ถ้ามันตั้งไว้ มันเสี่ยงอันตรายทั้งนั้นน่ะ ถ้าทำให้มันสุก มันก็ เออ! พออยู่ได้บ้างเป็นบางครั้งบางคราว แต่ส่วนใหญ่แล้วล้มละลายทั้งนั้นน่ะ
ทาน ศีล ภาวนา สามเส้า ถ้าสามเส้าขึ้นมา แล้วเวลาให้ทานๆ ไม่ต้องว่าไปแข่งขันจะให้มากมายขนาดนั้น
สาธุการไปกับเขา การเสียสละให้ถนนหนทางกัน นั่นก็เป็นทานแล้ว แล้วเวลาทานในพระพุทธศาสนาไง ให้ธรรมเป็นทานประเสริฐที่สุด ให้ธรรมเป็นทานก็สอนให้เขาฉลาดนี่ไง เวลาครูบาอาจารย์ให้วิชาการ นั่นก็ให้ทาน
แล้วทานทำไมต้องมาแข่งขันกันด้วยวัตถุ ด้วยไทยทาน ด้วยความยิ่งใหญ่ นั่นน่ะกิเลสมันบังเงา ถ้าคนที่เป็นธรรมๆ เขาทำใต้ดิน จะให้มากให้น้อยไม่มีใครรู้ รู้แต่ผู้ให้ ทีนี้ผู้ให้มันจำเป็นต้องมีผู้รับ เพราะผู้รับนั้น ทานมันถึงสมบูรณ์ขึ้นมาไง แล้วทานนั้นเป็นเนื้อนาบุญของโลกไง
แล้วเนื้อนาของเรา ที่ดินดอน พลาญหิน หว่านเมล็ดพันธุ์ไปเถอะ มันจะขึ้นมา มันก็ขึ้นมาด้วยความชื้น พอความชื้นมันก็ตายหมดน่ะ แต่ถ้าเนื้อนาที่เป็นที่ลุ่ม ที่ดินดี ที่น้ำดี เราถึงแสวงหา ถ้าแสวงหานะ ผู้รับๆ ที่เป็นเนื้อนาดิน นั่นก็ยึดมั่นถือมั่น มันเรื่องไร้สาระ
สิ่งที่เขาถวายทานๆ เป็นเรื่องของเขาทั้งนั้นน่ะ เพราะอะไร เพราะบุญกุศลมันตกที่นั่นไง ไอ้สิ่งที่เหลือไทยทานมันกากเดน ของกากของเดน แล้วตาลุกตาวาวเชียวนะ
ปฏิคาหก ผู้ให้ ให้ด้วยความเคารพ ผู้รับแล้วเป็นประโยชน์กับในพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น ไม่ทำให้มันเสียหาย นั่นน่ะผู้รับที่ดีงาม
ฉะนั้น คำว่า “ทาน” ทานแล้วมีศีล มีศีลคือความปกติของใจ อย่างวันนี้วันพระ วันโกน เวลาวันพระ วันโกน ครูบาอาจารย์ที่ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา วันพระ วันโกน เนสัชชิก ไม่นอนเลย สบายๆ เพราะปฏิบัติมาจนเป็นจริตเป็นนิสัย
ทางของสมณะเป็นทางกว้างขวาง เช้าเลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง วันพระ วันโกน ถ้าเป็นสัจจะก็ไม่ต้องบิณฑบาต ไม่ต้อง ๒๔ ชั่วโมงไง ทางสมณะเป็นทางกว้างขวาง ๒๔ ชั่วโมง
ไอ้เรานั่ง ๒ นาทีจะตาย นั่งไปเจ็บปวดทั้งนั้นน่ะ
แต่ครูบาอาจารย์ อะไรมันเจ็บ ขอดูหน้าหน่อย หัวเข่ามันเจ็บ เนื้อมันเจ็บ หนังมันเจ็บ เอ็นมันเจ็บ มันไม่มีอะไรเจ็บหรอก เจ็บเพราะผู้รู้มันโง่ เสวยไง มันเสวยอาการอย่างนั้น พอเอาเสวยอย่างนั้นแล้ว แล้วยิ่งสิ่งใดที่มันกระเพื่อม อยากรู้อยากเห็น โอ๋ย! มันเจ็บ มันจะเจ็บแล้วแหละ โอ้โฮ! เจ็บกว่าสองเท่า
พุทโธๆ เจ็บ เจ็บก็เรื่องของมึง กูไม่เจ็บกับมึง กูฉลาด กูมีสติปัญญา เพราะอะไร เพราะหัวเข่ามันเจ็บไม่เป็น เนื้อหนังมังสามันเจ็บไม่ได้ ผู้รู้ต่างหากที่มันเจ็บ เจ็บกาย เจ็บใจ มันอาศัยกาย แล้วผู้รู้มันโง่ มันไปเสวยอารมณ์ มันไปยึดมั่นถือมั่น มันก็เจ็บ แล้วเวลามันสะดวก เวลามันปลอดโปร่ง ทำไมไม่ชมว่าบุญบ้างล่ะ นี่มันเป็นบุญเป็นกุศล
ทุกข์กาย ทุกข์ใจ กาย โดยทางการแพทย์ เวลานั่งแล้วเลือดลมมันไม่สะดวก มันก็เป็นธรรมดาของมัน ธรรมดาของมันไง เพราะเลือดลมมันเดินไม่สะดวกไง แต่โดยธรรมชาติ เวลาจิตที่มันมีสติปัญญาไง เลือดลมมันไม่มีชีวิต ไอ้ผู้รู้มันโง่ต่างหาก มันไปเสวยมัน พอผู้รู้มันรวมลง นั่งไปเถอะ ๗ วัน ๗ คืนสบายๆ ไม่รับรู้อะไรหรอก ถ้าเป็นนะ
แต่พระในหัวใจ ถ้าครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ มันทะลุปรุโปร่งหมดน่ะ มันเป็นอาการอันหนึ่ง แล้วหัวใจนี้มันโง่เขลาอันหนึ่ง ฝึกหัดปฏิบัติจนมันฉลาด จนมันรู้เท่าทัน แล้วจิตมันสงบได้ แค่จิตสงบนี้ปกติสุข นี้เรื่องสัมมาสมาธิ ศีล สมาธิ ปัญญายังไม่ได้เกิดเลย
พระพุทธศาสนา ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ฝึกหัดใช้สติใช้ปัญญา
ปัญญาเกิดเองเป็นปัญญาโลกๆ ทั้งหมด ปัญญาเกิดเองเป็นปัญญากิเลสมันหลอก ปัญญาเกิดเองเป็นปัญญากิเลสมันพลิกมันแพลง แล้วไอ้คนโง่ จิตมันโง่ ก็เชื่อมันไปไง
แต่ถ้าปัญญาสัจจะความจริง เกิดจากจิต จิตฝึกหัดใช้สติปัญญาจากศีล สมาธิ ฝึกหัดใช้ปัญญา เวลาปัญญามันเกิดนะ เกิดธรรมจักร จักรในหัวใจได้เคลื่อนแล้ว
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธัมมจักฯ ไง เทวดา อินทร์ พรหมส่งข่าวเป็นชั้นๆ ขึ้นไปเลยนะ ธรรมจักรได้เคลื่อน ธรรมจักรนี้เป็นสัจจะความจริง ไม่มีใครต่อต้านได้ มารตายเรียบเลย ลูกมาร หลานมาร เหลนมารนะ พ่อมาร ลูกสาวมาร พญามาร
ถ้าฝึกหัดปฏิบัติโดยข้อเท็จจริง มีครูบาอาจารย์ที่ดีงามคอยอบรมบ่มเพาะ พระในใจของตน โดยมาร โดยแสง โดยความพิสดาร มึงตายอยู่นั่นน่ะ เพราะมันไม่ใช่เป็นสัมมาสมาธิ สัมมาสมาธิคือปกติสุข มีพลังของมัน แล้วยกขึ้นสู่วิปัสสนา มีเฉพาะในพระพุทธศาสนา
ทางสายกลาง สายกลางในพระพุทธศาสนา หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านมาฟื้นฟูขึ้นมาเป็นประจักษ์เป็นพยาน ลูกศิษย์ลูกหา เห็นไหม เวลาท่านพูดถึงหลวงปู่ขาว
“หมู่คณะจำชื่อไว้นะ เราได้สนทนาแล้ว”
คือได้ตรวจสอบแล้ว
ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ ท่านตรวจสอบเพราะอะไร เพราะคนที่แสวงหาหาความจริง แสวงหาครูบาอาจารย์ที่ดีงาม แล้วให้ครูบาอาจารย์ที่ดีงามชี้แนะ เพราะเราก็มีของเรา เราก็เห็นของเรา เราก็ระยำตำบอนของเรา เวลาไปเจอเป็นสัจจะความจริง ไอ้ระยำตำบอนนั้นน่ะมันง่าย แล้วไอ้ระยำตำบอนนั้นน่ะมันชักลากออกไป แล้วไอ้ความดีล่ะ ไอ้ความสงบสุข ไอ้เป็นสัมมาสมาธิ เป็นสัจจะเป็นความจริง เอ็งรู้จักไหม
ไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น ภาวนาไม่เป็น เอวัง